Connection คือ การเชื่อมโยง

เปิดใจให้กันและกัน เป็น C ตัวแรก และเป็นรากฐานของทุก C ใจของคนจะเชื่อมโยงกันเริ่มต้นจากความเข้าใจว่าทุกคนมีความแตกต่างและในความแตกต่างกันนี้ทุกคนก็มีอะไรที่เหมือนกันเชื่อมโยงกันอยู่นั่นคือ หัวใจความเป็นมนุษย์ ต่างคนจึงสามารถมองเห็นคุณค่าและความดีงามที่มีอยู่แล้วในตัว การเชื่อมโยงในระดับคุณค่านำไปสู่การสุกงอมของทุน “We” ซึ่งเป็นทุนทางใจที่แต่ละกลุ่มสะสมขึ้นมาผ่านการร่วมประสบการณ์เดียวกัน หัวเราะด้วยกัน เห็นอกเห็นใจกัน ฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกัน เฉลิมฉลองความสำเร็จมาด้วยกัน การเชื่อมโยงจะดอกออกผลเป็นความพร้อมของกลุ่มที่จะต้อนรับการเปลี่ยนแปลง

Change คือ การเปลี่ยนแปลง ปรับตัว ปรับกรอบความคิด

เริ่มต้นจากการเปลี่ยนตนเองก่อน เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีพูด เปลี่ยนการกระทำ จนเห็นผลลัพธ์ การเปลี่ยนแปลงนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนรอบข้างอยากเปลี่ยนตัวเองด้วย การเปลี่ยนแปลงตนเองไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอย่าง 100% เพียงแค่ 5% ก็สามารถสร้างผลสะเทือนในระดับองค์กรได้ เมื่อรวมพลัง 5 % จากทุกคนในองค์กรช่วยกันเปลี่ยนตัวเองคนละเล็กละน้อย การเปลี่ยนแปลงตนเองเปรียบเสมือนปลาที่กระโดดขึ้นเหนือน้ำ เป็นการออกจากโลกเดิมเพื่อเห็นตัวเองในมุมสูงขึ้นและกว้างขึ้น การเห็นในมุมต่างนำพาตนเองออกจากข้อจำกัดโดยเฉพาะกรอบความคิดที่ปิดกั้น (fixed mindset) เช่น มีวิธีคิดในการหลีกหนีความท้าทาย ถอดใจง่ายกับอุปสรรคต่างๆ ใช้ความพยายามเล็กน้อยในการทำสิ่งต่างๆ เป็นต้น ไปสู่กรอบความคิดที่เติบโต (growth mindset) เช่น มีวิธีคิดต้อนรับความท้าทายเพื่อการเรียนรู้ กล้าเผชิญอุปสรรคเพื่อการพัฒนา เพิ่มความพยายามอย่างสร้างสรรค์เพื่อผลสำเร็จในระยะยาว เป็นต้น

Communication คือ การสื่อสารสองทาง

รับฟัง ไม่ด่วนตัดสินกัน จนความหมายไหลผ่าน (dialogue) จากใจคนหนึ่งไปสู่ใจอีกคนหนึ่ง อาศัยองค์ประกอบสำคัญ 4 อย่าง ได้แก่ 1. การให้เกียรติ เป็นการให้เกียรติในคุณค่าความเป็นมนุษย์ ประสบการณ์ชีวิต ความเข้าใจโลกและชีวิต ว่าแต่ละคนมีบทเรียนชีวิตที่ไม่เหมือนกัน และไม่มีบทเรียนชีวิตใครมีค่ามากกว่ากัน เพราะทุกบทเรียนชีวิตของแต่ละคนมีทั้งรอยยิ้มและนำ้ตาเฉพาะตัว 2. ฟังอย่างลึกซึ้ง เป็นการรับฟังเข้าไปถึงใจคนในสามระดับ คือระดับเนื้อหา ระดับความรู้สึก และระดับความต้องการของผู้พูด ซึ่งผู้ฟังสามารถสร้างบรรยากาศให้ผู้พูดรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และเป็นมิตรได้ผ่านท่าทาง คำพูดและนำ้เสียง 3. วางการตัดสิน เป็นการวางความเชื่อ ข้อสรุป ความคิด หรือประสบกาณ์ที่ได้เรียนรู้มาในอดีตนำมาตัดสินว่าถูกผิด ดีเลวจากเรื่องที่ได้ยิน เพื่อเปิดทางให้กับการเรียนรู้และสร้างความหมายใหม่ร่วมกัน 4. พูดอย่างเปิดใจ เป็นการพูดที่จริงใจ พูดตรงประเด็น มีสติรู้เนื้อรู้ตัว ใช้คำพูดที่เป็นประโยชน์และเกื้อกูลผู้ฟัง

Collaboration คือ การทำงานร่วมกันแบบร่วมมือร่วมใจ

แบ่งปันข้อมูลและทรัพยากรร่วมกันได้ อาศัยพื้นฐานความไว้วางใจ (trust) ที่คนในองค์กรมีให้ต่อกัน ความไว้วางใจเริ่มสร้างจากสมาชิกภายในทีมเดียวกัน ขยายสู่สมาชิกที่อยู่ทีมเคียงข้าง และขยายสู่สมาชิกที่อยู่ข้ามทีมทั้งองค์กร หลายครั้งที่องค์กรมีการเปลี่ยนแปลง ก็จะมีการรวมทีมใหม่ มีสมาชิกหมุนเวียนเข้าออก ทีมมีโจทย์เปลี่ยนไป ทีมต้องมีวิธีการทำงานใหม่ ความไว้วางใจจึงต้องการการเริ่มต้นใหม่ ทะลายกำแพงเดิมที่ขวางกั้นการแบ่งปันข้อมูลและทรัพยากรร่วมกัน (silo) เรื่องนี้จึงต้องอาศัยความกล้าของสมาชิกที่จะเปิดใจให้โอกาสกับเพื่อนร่วมทีม กล้าให้และรับ feedback เรียนรู้กันใหม่ได้ไว ปรับตัวเข้าหากันได้ไว การเพิ่มความว่องไว (agility) และขยายขนาดความไว้วางใจจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการทำงานร่วมกันแบบร่วมมือร่วมใจ

Commitment คือ การทำตามคำมั่นสัญญาที่มีไว้กับตนเอง

การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนไม่หวนกลับ ต้องการความหนักแน่นมั่นคงของจิตใจทุกคนในองค์กรที่มีต่อการลงมือทำต่างเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง C ตัวนี้เป็นตัวสุดท้ายที่การันตีความสำเร็จของการพลิกเปลี่ยนองค์กร มีรากฐานมาจากความรู้สึกเป็นเจ้าของ (sense of ownership) ต่อทีม ต่อองค์กร และต่อการเปลี่ยนแปลง ทุกคนในองค์กรมองเห็นว่าตนเองคือส่วนหนึ่งของปัญหา จึงเกิดเป็นความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทางออก และรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นใหม่ด้วยการเรียนรู้และฝึกฝนพัฒนาตนเอง (accountability) สมาชิกองค์กรสามารถชื่นชม มองบวก และให้อภัยกันและกันได้ เพื่อมุ่งหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ปรารถนาร่วมกัน และลงมือทำจนบรรลุเป้าหมายขององค์กร