10 เทคนิค Work From Home ที่สร้างสุขและผลงานที่ยอดเยี่ยม (ตอนที่ 1)

10 เทคนิค Work From Home
ที่สร้างสุขและผลงานที่ยอดเยี่ยม (ตอนที่ 1)

ความสุขที่ยอดเยี่ยม คือการอยู่กับปัจจุบัน–ท่านไดไลลามะ

นับตั้งแต่เกิดโรคระบาดไวรัสโควิด-19 องค์กรต่างๆ เริ่มมีกระบวนการให้ทำงานจากที่บ้าน (work from home) เป็นการช่วยยับยั้งและสร้างความปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 กับชีวิตของพนักงานมากขึ้น นับจากวันประกาศพรก.ฉุกเฉินในวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 1 เดือนแล้ว หรือบางคนอาจจะมีชีวิตทำงานจากที่บ้านมากกว่านั้น

หลายคนได้เจอประสบการณ์และผลกระทบจากการทำงานที่บ้านมากมาย เช่น บางคนบอกว่า ทำงานหนักมากกว่าที่ทำงานในออฟฟิศ บางคนเริ่มมีอาการปวดหลัง บ่า ไหล่เพราะนั่งทำงานทั้งวัน บางคนเริ่มพูดคุยกับกำแพงห้อง เพราะไม่ได้เจอคนหรือพูดคุยกับใครเลย บางคนเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นเพราะไม่ค่อยได้เดิน

วันนี้ฉันขอนำเสนอ 10 เทคนิคที่ช่วยพวกเรา work from home ได้อย่างมีความสุขและสร้างผลงานที่มีประสิทธิภาพได้

1. การทำสมาธิให้จิตสงบมั่น

คงเริ่มต้นของเช้าวันใหม่ในการทำงานด้วยการนั่งสมาธิประมาณ 15-30 นาที เป็นการเสียสละเวลาเพียงเล็กน้อยแต่คุณจะได้รับประโยชน์อย่างมากมายจากการทำสมาธิ เช่น ช่วยลดสารความเครียด ความกังวล ทำให้จิตใจสงบ มีสติเท่าทันอารมณ์ เป็นต้น ฉันมักจะนั่งเป็นประจำประมาณ 30 นาที ก่อนที่จะทำกิจวัตรประจำวันและการทำงาน เริ่มด้วยการนั่งในท่าที่สบายและมีอากาศปลอดโปร่ง ลมถ่ายเทสะดวก นำพาจิตใจของเรากลับมาอยู่ที่ลมหายใจ สูดลมหายใจเข้า-ออกให้ลึกขึ้นกว่าเดิม ผ่อนคลายมีสติกับลมหายใจ นำมือของเราไปสัมผัสบริเวณหัวใจ ขอให้เรารับรู้ถึงการสั่นสะเทือนระหว่างมือกับหัวใจของเราสักครู่ จากนั้นนำพาจิตกลับมาอยู่กับลมหายใจทำไปเรื่อยๆ สิ่งสำคัญขอให้คุณสังเกตความผ่อนคลายที่เกิดขึ้นทั้งทางกายหรือจิตใจ คุณไม่จำเป็นต้องนั่งยาวแต่ขอให้จิตใจรู้สึกได้ถึงความสงบ ผ่อนคลาย เป็นวิธีการเติมพลังชีวิตก่อนคุณจะใช้พลังชีวิตนั้น

2. Boost พลังงานด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์

หากเปรียบชีวิตเราเหมือนกับรถยนต์ สารอาหารเปรียบเหมือนกับเชื้อเพลิงที่ช่วยขับเคลื่อนชีวิต แต่ละวันเราเลือกว่าเราจะเติมเชื้อเพลิงอะไรให้กับรถยนต์คันนี้ หากเราเลือกเชื้อเพลิงที่มีความบริสุทธิ์ การเผาผลาญเชื้อเพลิงก็จะมีประสิทธิภาพ ฉันมักเลือกเติมเชื้อเพลิงด้วยน้ำผักผลไม้สดที่ให้ความสดชื่นและให้พลังงานเชิงบวกกับร่างกาย ก่อนที่จะเริ่มต้นทำงาน วันนี้ฉันขอนำเสนอสูตรที่ดื่มเป็นประจำกับคนในครอบครัวมีชื่อว่า “Positive Energy” สูตรนี้สำหรับ 2-3 ที่ มีส่วนผสมแครอท 1 ลูก บีทรูท 1/2 ลูก เสาวรส 1/2 ลูก แอ๊ปเปิ้ล 1 ลูก สัปปะรด 4-5 ชิ้น น้ำเปล่า 2 ถ้วย เกลือเล็กน้อย นำ้ผึ้ง 1 ชช.

3. แต่งตัวให้พร้อมเสมอกับการการทำงานทางออน์ไลน์

ความสวยงามเป็นอาหารตาแบบหนึ่งที่ช่วยให้จิตใจของเราเกิดความรู้สึกเชิงบวก การแต่งหน้า แต่งตัวก็เช่นกันทำให้ตัวเราดูดีและเกิดความมั่นใจในตนเองได้ ตอนแรกๆ ของการเริ่มทำงานที่บ้านฉันก็ใส่ชุดอยู่บ้าน หน้าตาก็ไม่ได้แต่งอะไร แต่พอผ่านไปหลายสัปดาห์ ฉันเริ่มเห็นใบหน้าตนเองหมองคล้ำ ไม่มีสีสัน หน้ามันทั้งวัน พอเอาชุดทำงานมาใส่ก็เริ่มรู้สึกถึงความคับได้ เวลามีลูกค้าโทรมาปรึกษาทาง online ฉันต้องรีบเร่ง ไปแต่งตัวทำให้เสียเวลา และอารมณ์เสียอยู่บ่อยๆ พอเห็นตัวเองในแบบนี้เรื่อยๆ เข้า ความสุขสงบในใจก็ค่อยๆ หายไป วันนี้ฉันจึงอยากเชิญชวนเพื่อนๆลุกขึ้นมาแต่งหน้า แต่งตัวทำให้เรารู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา เราอาจจะเลือกเสื้อผ้าโดยวิธีการถามเค้าว่า วันนี้ชุดไหนอยากไปทำงานกับเราบ้าง แล้วลองสังเกตว่ามีสัญญาณอะไรจากชุดไหนส่งออกมาเราก็เลือกตามนั้น และอาจจะแต่งหน้าอ่อนๆ แค่รองพื้นแป้งและทาลิปสติกบางๆ เพียงเท่านี้ เราก็มีใบหน้าต้อนรับทุกคน และทุกสถานการณ์ที่เข้ามาได้ในทิศทางบวกแล้ว

4. จัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการทำงานที่บ้าน

สภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนให้การทำงานที่บ้านประสบความสำเร็จ เราควรมีโต๊ะ เก้าอี้ที่ทำให้เรานั่งได้สบายๆ ไม่ปวดเมื่อยหลัง ขา อุณหภูมิ แสงในห้องพอดีกับร่างกายของเรา และห่างไกลจากแหล่งที่จะพาเราออกจากการทำงานได้ง่าย เช่น โทรทัศน์ เตียงนอน โซฟา หากเป็นไปได้ควรมีช่องหน้าต่างที่ทำให้เรามองเห็นธรรมชาติ สำหรับบางคนอาศัยในคอนโค เราก็สามารถนำต้นไม้เล็กๆ มาวางไว้ในมุมที่เราจะมองเห็นเวลาที่เราต้องการพักสายตา หรืออาจติดรูปภาพวิว ธรรมชาติไว้บนผนังห้อง และเตรียมอุปกรณ์อิเลคโทรนิคให้พร้อมต่อการทำงานทาง online บนโต๊ะไม่ควรมีของเยอะ มีพื้นที่เล็กๆ ให้เราได้วางแก้วน้ำสำหรับดื่ม

5. ใช้อุปกรณ์ช่วยเตือนให้ลุกเดิน เคลื่อนไหวบ่อยๆ

เวลาที่เราโฟกัสอะไรสักอย่าง จิตของเรามักสนใจสิ่งๆนั้น โดยละเลยสิ่งอื่นๆ หลายคนทำงานที่บ้าน อาจจะนั่งทำงานทั้งวัน รู้ตัวอีกทีก็เกือบบ่าย หรือบางคนก็เย็นแล้ว หากทำพฤติกรรมแบบนี้เป็นประจำจะผลให้เกิดความเมื่อยล้ากับร่างกายของเรา ฉันจึงมีวิธีหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการนั่งโต๊ะนาน ด้วยการใช้อุปกรณ์ช่วยเตือนให้เราได้ลุกเดิน เคลื่อนไหวได้บ่อยๆ ตัวช่วยของฉันคือ นาฬิกาข้อมือที่มีระบบคอยเตือนฉันให้เคลื่อนไหว หากฉันนั่งนานเกินไป หรือใช้วิธีการจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อให้เราได้ลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ มีงานวิจัยกล่าวว่า การทำงานที่สร้างประสิทธิภาพเกิดจากการได้พักเบรคสั้นๆจากสิ่งที่เราทำอย่างต่อเนื่อง แล้วค่อยกลับมาทำใหม่ สมองจะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าทำงานแบบเดิมเป็นระยะเวลายาวนาน

Facebook
Twitter
Line